ขันๆ อัลไซเมอร์

คนเราเมื่อวัยล่วงเลยมาเกิน 60 ขวบแล้ว ปัญหาอย่างหนึ่งที่ตามมาและหนีไม่พ้นคือโรคอัลไซเมอร์หรือปัญหาเรื่องความจำเสื่อมนั่นเอง จะเป็นมากเป็นน้อยก็แล้วแต่บุญใครกรรมมัน ผมสังเกตอยู่อย่างหนึ่งว่าความจำในวัยเด็กนั้นยังค่อนข้างแจ่มชัด แต่ความจำเมื่อวานหรือ 2-3 วันที่แล้วกลับลืมเสียสนิท

ด้วยวัยที่เลย 60 อย่างนี้ เพื่อที่จะไม่ให้อัลไซเมอร์มันรุกฆาตก็คงต้องหากิจกรรมที่ให้สมองทำงานหรือบริหารสมองอยู่เป็นประจำ เช่นที่ผมกำลังทำอยู่นี่คือการเขียน(สะเปะสะปะบ้าง มีสาระบ้าง) การอ่านเอาเรื่อง การฝึกฝนทักษะในการใช้โปรมแกรมคอมพิวเตอร์
ผมยังทำงานในโปรแกรม Excel Word Powerpoint หรือ SketchUp ได้อยู่ ถึงแม้จะไม่ถึงระดับเซียนแต่ก็ถือว่าพอใช้งานได้ในระดับที่เหมาะสมกับหน้าที่การงาน

อีกแง่มุมหนึ่งของการเขียนเพื่อฝึกสมองคือการเขียนบทกวีโคลงหรือกลอน จะเป็นการฝึกสมองให้หาคำหรือวลีที่กระชับและสื่อความหมายได้แจ่มชัดโดยไม่ขัดกับฉันทลักษณ์ของบทกวี(และไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีด้วย)มาเชื่อมโยงกัน ว่ากันว่าคนที่เขียนบทกวีได้ดีถ้าไปฝึกฝนการเขียนโค้ดโปรแกรมคอมพิวเตอร์ก็จะทำได้ดีเช่นกันเพราะได้ฝึกฝนตัวเองมาให้สามารถใช้คำหรือประโยคที่กระชับและได้ใจความแจ่มชัด(Short and Sharp)
ผมเองตอนเขียนบทกวีผมก็ทำโดยโดยใช้โปรแกรม Excel เพราะเห็นว่ามีส่วนช่วยในด้านโครงสร้างของบทกวีและสามารถระบายสีเป็นสัญญลักษณ์ว่าคำหรือวลีนั้นๆจะต้องไปคล้องจองกันกับคำหรือวลีใดๆ และในกรณีโคลงสี่สุภาพจะบังคับเสียงไม้เอก ไม้โทด้วยก็สามารถช่วยได้ เอาไว้วันหลังถ้าอัลไซเมอร์ไม่คุกคามหรือลุกลามมากdHจะเอาเคล็ด(ไม่)ลับของวิธีเขียนบทกวีโดยใช้ Excel มาเล่าสู่กันฟังนะครับ

พูดถึงอัลไซเมอร์ในผู้สูงวัยแล้ว มีเรื่องขันๆมาเล่า เรื่องมีอยู่ว่า

คู่สามี-ภรรยาสูงวัย 2 คู่ซึ่งเป็เพื่อนเก่าสมัยเรียนหนังสือนัดมาเจอกันสังสรรค์พูดคุยแก้เหงาตามประสาคนแก่ ส่วนมากฝ่ายชายคือคุณตาและคุณปู่จะเป็นฝ่ายแย่งคุยซะมากกว่า ส่วยฝ่ายหญิงคือคุณยายและคุณย่าจะเป็นฝ่ายนั่งรอฟังและพลอยพยักหน้าตามสามีของตัวเอง หัวข้อสนทนาวันนี้เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์อัลไซเมอร์
คุณตา “พักนี้ขี้ลืมหนักขึ้นมากเรื่อยๆ นี่เพิ่งไปหาหมอมา”
คุณปู่  “อ๋อ.. เหรออออ.. หมอว่าอย่างไรบ้าง?”
คุณตา “อ๋อ พอไปถึงก็ไปพบนางพยาบาลซักประวัติก่อน นางพยาบาลถามโน่นถามนี่มากมายแต่จำไม่ได้แล้วล่ะ แต่ที่ถูกใจและจำได้ก็ที่พยาบาลถามฉันว่า”คุณตาดื่มเหล้าไหมคะ” เราก็เลยบอกเขาไปว่า.. สักแก้วก็ดีนะ”
คุณปู่อึ้งไป..
คุณตา “จากนั้นก็ไปพบหมอ หมอก็ยังซักต่ออีกว่าคุณตามาวันนี้เป็นอะไรมา”
คุณปู่ “อืมม..แล้วไง?”
คุณตา “ก็บอกหมอเขาไปว่าสงสัยจะเป็นอัลไซเมอร์”
คุณปู่ “อืมม..แล้วไงต่อ?”
คุณตา “หมอถามอีกว่าเป็นมานานเท่าไหร่แล้ว”
คุณปู่ “แล้วบอกหมอไปว่าเป็นมานานเท่าไหร่?”
คุณตา “ก็ต้องถามหมอกลับนะซิว่าผมเป็นอะไรนะหมอ”
คุณปู่อึ้งไปอีกรอบ…
คุณตา “หมออธิบายว่าคนแก่อย่างเราจะมีลักษณะสำคัญ 3 ประการที่ต้องเข้าใจและต้องจำให้ขึ้นใจด้วย”
คุณปู่  “สามประการ มีอะไรบ้างล่ะ?”
คุณตา “ข้อแรก ขี้ลืม”พูดจบแล้วคุณตาแล้วก็นิ่งอึ้งไปนาน
คุณปู่หลังจากเห็นคุณตานิ่งอึ้งไปนานจึงถามว่า “แล้วข้อ 2 กับข้อ 3 ล่ะ?”
คุณตาเกาหัวแกรกๆก่อนจะตอบว่า “ลืมแล้วว่ะ”

คุณปู่อึ้งไปอีกรอบก่อนจะสนธนาต่อ “เออๆ ช่างมันเถอะ ลืมแล้วก็ลืมไป ว่าแต่ว่าหมอแนะนำอย่างไรบ้าง?”
คุณตา “หมอก็แนะนำว่าเวลาเราคิดให้คิดเป็นภาพจึงจะได้จำได้”
คูณปู่ซักต่อ “คิดเป็นภาพ ทำยังไง?”
คุณตา “คลีนิคหมอก็ไปไม่ยากนะ ลองไปหาหมอคนนี้ดูสิ แกเก่งนะ”
คุณปู่ “แล้วคลีนิคชื่ออะไร อยู่แถวไหน?”
คุณตาเป็นฝ่ายหันไปถามคุณปู่บ้าง “ไอ้ดอกไม้สีแดงที่มีก้านยาวๆมีหนามแหลมๆ เขาเรียกดอกอะไรนะ?”
คุณปู่ “กุหลาบ”
คุณตาหันหน้าไปถามคุณยายผู้เป็นภรรยา “เอ้อ..นี่แม่กุหลาบ คลีนิคนั้นมันชื่ออะไรนะ?”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *