อ่านเอาเรื่อง : เอา(เป็น)เรื่อง(ๆ)

อ่านเอาเรื่อง : เอา(เป็น)เรื่อง(ๆ)

วันที่ 15 เมษายน 2560
จนถึงวันนี้นับเป็นเวลา 60 ปี กับ 12 วัน ที่ผมได้ลืมตาขึ้นมาดูโลก ก็ได้มาครุ่นคิดคำนึงถึงเรื่องราวต่างๆที่ได้ประสบมามากมายตลอดระยะเวลาดังกล่าว และเมื่อชีวิตได้เดินทางมาจนครบ 60 ปีบริบูรณ์แล้ว จึงขอถือเอาฤกษ์งามยามดีในวันเถลิงศกใหม่ตามรอบศักราชไทยเป็นวันเริ่มต้นการบันทึกเรื่องราวที่ผ่านมาเพื่อจารจารึกไว้ในดิจิทัลบรรณพิภพแห่งนี้ เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่สนใจเข้ามาอ่านบ้าง และคงไม่ใช่แค่การเล่าขานเรื่องราวในอดีตเท่านั้น แต่จะมีการเพิ่มเติมเสริมข้อคิดรวมถึงแนวคิดและมุมมองไปข้างหน้าในอนาคตด้วย คิดอะไรได้ก็จะเขียนๆไว้โดยไม่ได้มีการเรียบเรียงลำดับหรือหมวดหมู่เพื่อให้สมกับชื่อของเว็บนี้ สะเปะสะปะดอทคอม

แน่นอนว่าทุกผู้ทุกคนที่เกิดมาล้วนต้องผ่านเรื่องราวต่างๆในหลายๆด้าน แต่ถ้าเราจะแบ่งด้านของชีวิตแบบง่ายๆที่สุดก็เห็นจะมีเพียงสองด้านเท่านั้น คือด้านดีกับด้านร้าย ดังเช่นกลอนบทหนึ่งว่าไว้ดังนี้

ชีวิตนี้มีสองแพร่งแย้งกันอยู่
หนีหรือสู้ คดหรือซื่อ ร้อนหรือหนาว
ไหวหรือนิ่ง จริงหรือฝัน สั้นหรือยาว
ดำหรือขาว ดีหรือเลว เร็วหรือนาน

เป็นบทกลอนที่”แคน สังคีต“ถอดความจากบทกวี”รุไบยาต“ของ โอมาร์ คัยยาม กวีชาวเปอร์เซีย

ในวาระอันเป็นเป็นมงคลในวันเถลิงศกใหม่ตามคติไทยในปีนี้คงมีบางท่านอาจจะอยากถือโอกาสเป็นวันเริ่มอะไรใหม่ๆ คิดใหม่ ทำใหม่ แต่สำหรับผู้ที่ยังมีเรื่องเก่าๆที่ค้างคาใจและยังสลัดตัดจบตัดจบเรื่องราวที่ผ่านไปแล้วไม่ได้ ขอแนะให้นึกถึงคำกล่าวที่ว่า
“สิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีแล้ว” และที่ดีที่สุดคือก็ไม่ต้องไปตัดสินมัน ปล่อยมันไป Let it be! ปล่อยให้กาลเวลากลืนกินมันไปและเหลือไว้แค่เกร็ดของเรื่องที่เราเห็นว่าเป็นบทเรียนที่มีค่าเท่านั้น ลืมเมื่อวานไปซะ เพราะจักรวาลได้ส่งวันนี้ให้อยูในอุ้งมือเราแล้วและแถมยังมอบวันพรุ่งนี้ไว้รอเราเสมอ(แต่คงไม่ตลอดไป)
เอาเป็นว่า… ทำวันนี้ให้ดีที่สุด แต่ถ้ายังมีข้อบกพร่องก็ไว้แก้ไขในวันพรุ่งนี้

จั่วหัวเรื่องประเดิมไว้ว่า “อ่านเอาเรื่อง”
ความตั้งใจว่าเรื่องราวที่จะเขียนนั้นคืออยากให้ผู้อ่าน “อ่านเอาเรื่อง”
การอ่านเอาเรื่องคือการอ่านแบบตั้งใจและใส่ใจ เพื่อให้เข้าใจและซึมทราบ (Digest) ในเรื่องราวที่อ่านจนสามารถสรุปสาระและเอาไปอธิบายต่อได้อย่างแจ่มชัด
เหมือนอย่างที่ไอน์สไตน์กล่าวไว้ว่า “ถ้าคุณไม่สามารถอธิบายเรื่องราวได้อย่างง่ายๆ แสดงว่าคุณไม่เข้าใจเรื่องนั้นดีพอ”(If you can’t explain it simply, you don’t understand it well enough : Albert Einstein)
อย่างเช่น เมื่อท่านอ่านคำว่า “อ่านเอาเรื่อง” ท่านก็จะเห็นว่ามันประกอบด้วย 3 คำ คือ อ่าน-เอา-เรื่อง และแต่ละคำก็มีความหมายเฉพาะในตัวของมันเอง
แต่คำที่สะกิดใจผมตลอดมาให้คิด(ต่อ)คือคำว่า “เอา” เพราะเมื่อเอาคำนี้ไปประกอบกับคำอื่นเป็นคำใหม่ขึ้นมาแล้วทำให้เกิดความหมายใหม่ๆได้มากมายเหลือเกินและคงจะเล่าไม่จบในตอนเดียว ขอยกยอดไปว่ากันในตอนหน้าก็แล้วกันนะครับ

ในโอกาสวาระเริ่มต้นเถลิงศกใหม่นี้ ขออำนวยอวยชัยและส่งกำลังใจให้ผู้ที่คิดจะเริ่มทำอะไรใหม่ๆ
เรามาเริ่มต้นและก้าวไปพร้อมๆกันครับ

 

 

Written by: