|
ข่าวจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์ ความว่า....
ชำแหละคลิป 'ฟ้ามีตา' อิทธิพลดาวศุกร์พาจินตนาการเตลิด
ยังเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่ หลังจากที่คลิปมือถือ "ฟ้ามีตา" ที่มีคนอ้างว่าถ่ายภาพปรากฏการณ์บนท้องฟ้าอันพิลึกพิลั่นได้ในจังหวัดพังงา สร้างความฮือฮาลามไล่ไปทั่วประเทศ ... ล่าสุดไทยรัฐ ออนไลน์สอบถามไปยัง อ.สิทธิชัย จันทรศิลปิน หัวหน้างาน และนักวิชาการท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ กล่าวถึงคลิปฟ้ามีตาว่า น่าจะมาจากอิทธิพลของดาวศุกร์ ซึ่งดาวดวงนี้มักจะเป็นต้นเหตุในการเข้าใจผิดเมื่อมีคนเห็นดาวดวงนี้แล้วอ้างว่าเป็นจานบิน "ยูเอฟโอ"
"เท่าที่เข้าไปค้นหาก็ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าภาพดังกล่าวถ่ายได้เมื่อไหร่ ซึ่งหากคลิปนี้ถ่ายได้หลังเดือนพฤษภาคมปีนี้ ภาพน่ากลัวที่ว่าน่าจะมาจากจากเคลื่อนตัวของเมฆฝนพัดมาทับดาวศุกร์ที่มีความสว่างมากๆ ซึ่งตอนค่ำเขาจะอยู่ทางทิศตะวันตก เพราะหากเทียบกับภาพตา ด้านซ้ายอีกข้างหนึ่ง ตรงกลางตากลับไม่มีแสงสว่างจ้าเท่าตาอีกข้าง ที่สำคัญเมฆที่หลายคนมองว่ามันมีความหนาเท่ากัน แต่ตามหลักการแล้วเมฆไม่ได้มีความหนาทั้งก้อน ดังนั้นสรุปได้ว่าน่าจะมาจากอิทธิพลของดาวศุกร์"
เมื่อถามว่า ถ้าหากสามารถพิสูจน์ได้ว่าคลิปนี้ถ่ายขึ้นก่อนเดือนพฤษภาคม 2553 หัวหน้างาน และนักวิชาการท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯ บอกว่า ข้อสันนิษฐานดวงตาบนท้องฟ้าที่ว่ามาจากดาวศุกร์ก็ตกไป
"จริงๆ ไม่อยากให้ตื่นตระหนก เพราะในฐานะคนที่ทำงานเกี่ยวกับเรื่องท้องฟ้าผมเคยเห็นปรากฏการณ์ที่เป็นภาพแปลกๆ นี้มากมาย ก็แล้วแต่จิตนาการใครจะมองมากมาย เพราะคนไทยจินตนาการค่อนข้างสูง"
นอกจากนี้ ยังสอบถามไปยัง ผศ.ดร.ชวาล คูร์พิพัฒน์ อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางภาพถ่ายและเทคโนโลยีทางการพิมพ์ คณะวิทยาศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงความเป็นไปได้ในการตัดต่อภาพ
"พูดในกรณีตัดต่อจริงๆ สมัยนี้กล้องดิจิตอลมันทำได้หมดเมืองไทยยังทำหิมะตกได้เลย เพราะฉะนั้นถ้าเรามีฝีมือก็สามารถทำได้ แต่มีข้อแม้ว่าคนทำต้องเป็นมืออาชีพเท่านั้น"
แต่ถ้าลองถ่ายภาพจากคลิปดังกล่าวออกมาเป็นภาพนิ่งแล้วพิสูจน์ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องภาพถ่ายระบุว่า หลังจากนำภาพนิ่งมาปรับโทนดู พบว่าภาพดังกล่าวค่อนข้างกลมกลืน เนียนมากกว่า 90% ฉะนั้นถ้าทำขึ้นมาน่าจะเป็นมืออาชีพที่เก่งมากๆ เพราะ 1. เทคนิค การถ่ายรูปดีมาก 2. การวางตำแหน่งเนียนมาก และให้อารมณ์ได้ดีมาก และ 3. การแสดงของคนในคลิปนั้นต้องตั้งใจทำมากๆ เพราะมันสอดคล้องประสานกันไปหมด
"แต่ถ้าจะให้ฟันธงว่าเป็นภาพตัดต่อหรือไม่นั้น ตอบไม่ได้เพราะขนาดผมเป็นผู้เชี่ยวชาญเห็นคลิปนี้ครั้งแรกยังตกใจเลย" ผศ.ดร.ชวาล กล่าว.
................................................................................
นักวิทยาศาสตร์ท่านก็ได้ออกมาอธิบายปรากฏการณ์ฟ้ามีตาให้เข้าใจในเชิงวิทยาศาสตร์แล้ว แต่ผมยังไม่ปักใจเชื่อนัก ส่วนตัวผมเห็นว่าปรากฏการณ์ฟ้ามีตาที่เห็นนั้นเป็นตาของพระอินทร์ พระอินทร์หรืออีกชื่อหนึ่งที่เรียกว่าท้าวสหัสนัยน์ หมายถึงผู้มีดวงตาถึง 1,000 ตา โดยที่ สหัส แปลว่า พัน, และ นัยน์หรือนัยนา หมายถึงลูกตา (หมายถึง eye และไม่ได้หมายถึง "แม่" ซึ่งเป็นลูกของตา) พระอินทร์จะใช้ตาทั้งพันคอยสอดส่องดูเรื่องราวความเป็นไปที่เกิดขึ้นบนโลกมนุษย์ และหากจะเกิดเหตุหรืออาเพศภัย เช่นคนดีถูกทำร้ายหรือมีเรื่องเดือดร้อน พระอินทร์ก็จะหาทางลงมาช่วย อย่างเช่นในกรณีที่นางรจนาเดือดร้อนเพราะท้าวสามนต์ผู้เป็นพ่อไม่ยอมให้เจ้าเงาะ(คือพระสังข์ทองที่ยังไม่ยอมถอดรูป)ผู้เป็นราชบุตรเขยเข้าวัง พระอินทร์ท่านจึงสอดส่องทิพเนตร(ตาทิพย์)ลงมาดู ถามว่าพระอินทร์ท่านรู้ได้อย่างไรว่ามีคนดีคนไหนที่เดือดร้อนในโลกมนุษย์? คำตอบคือ พระอินทร์ท่านเบาะรองนั่งที่มีเรดาร์จับคลื่นความเดือดร้อนได้ ถ้าเกิดกรณีคนดีเดือดร้อนหรือถูกรังแกแล้วละก้อ เบาะรองนั่งอันที่เคยอ่อนนุ่มก็จะแข็งกระด้างขึ้นมาทันที เมื่อใดที่เบาะรองนั่งเกิดแข็งกระด้างขึ้นมา พระอินทร์ก็จะเบิกตาลงมามองโลกเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น และจะช่วยเหลือได้อย่างไร ตามหลักฐาน(ทางวรรณคดี)ที่ปรากฎดังนี้...
มาจะกล่าวบทไป ถึงท้าวสหัสนัยน์ไตรตรึงศา ทิพอาสน์เคยอ่อนแต่ก่อนมา กระด้างดังศิลาประหลาดใจ จะมีเหตุมั่นแม่นในแดนดิน อมรินทร์เร่งคิดสงสัย จึงสอดส่องทิพเนตรดูเหตุภัย ก็แจ้งใจในนางรจนา แม้นมิไปช่วยจะม้วยมอด ด้วยสังข์ทองไม่ถอดรูปเงาะป่า จำจะยกพหลพลเทวา ลงไปล้อมพาราสามนต์ไว้ ชวนเจ้าธานีตีคลีพนัน น้ำหน้ามันจะสู้ใครได้ จะขู่ให้งันงกตกใจ ออกไปหาบุตรสุดท้อง พระสังข์ครั้งนี้จะถอดเงาะ งามเหมาะไม่มีเสมอสอง พ่อตาจะได้เห็นเป็นรูปทอง ทั้งทำนองเพลงคลีตีต่อยุทธ ...............ฯลฯ............
มาถึงตรงนี้แล้วอาจทำให้เข้าใจกันว่าพระอินทร์เป็นคน(เทพชั้น)ดี แต่ความจริงเบื้องหลังหาเป็นเช่นนั้นไม่ พระอินทร์นั้นเป็นผู้มักมากในกามารมย์ และชอบลักลอบสู่สมกับเมียชาวบ้าน มีครั้งหนึ่งที่พระอินทร์แกไปลักลอบเป็นชู้กับเมียของฤาษีตนหนึ่งและในภายหลังฤาษีจับได้และโกรธพระอินทร์มากจึงสาบให้พระอินทร์มี 1,000 โยนีติดตามร่างกาย ด้วยเหตุนี้พระอินทร์(หลังจากถูกสาบ)จึงได้ชื่อว่าท้าว"สหัสโยนี" ด้วยความอับอายที่มีโยนีเต็มตัวทั่วร่าง จะเดินเหินไปทางไหนก็มีแต่ชายหนุ่มมารุมล้อม เอ๊ย!..มีแต่คนรังเกียจ พระอินทร์จึงไปเจรจาของซูเอี๋ยกับฤาษีเพื่อให้ถอนคำสาบ ฤาษีบอกว่าคำสาบนั้นเมื่อสาบแล้วถอนไม่ได้(ไม่เหมือนคำสาบานที่ถอนได้) แต่อย่างไรก็ตามในฐานที่พระอินทร์ยอมมาขอเจรจาก็จะหาทางออกโดยลดโทษให้กึ่งหนึ่งทั้งนี้โดยการเปลี่ยนคำสาบจากโยนีให้เป็นนัยน์(ดวงตา)แทน พระอินทร์จึงกลับกลายเป็นว่ามีดวงตา 1,000 ดวงทั่งร่างกายและได้ชื่อว่า"ท้าวสหัสนัยน์"ตั้งแต่นั้นมา .....................
ฟ้ามีตาที่เกิดขึ้นในเมืองไทยเราคราวนี้แสดงว่ามีคนดีในแผ่นดินกำลังถูกรังแกและได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัส ผมเองก็คาดเดาไม่ออกว่าคนดีคนนั้นหรือกลุ่มนั้น เป็นใครหรือเป็นคนกลุ่มใดกันแน่ ใครพอรู้หรือว่าได้เค้าก็วานบอกที อย่างไรก็ตาม..คอยดูเถอะ อีกไม่นานพระอินทร์ท่านจะเสด็จลงมาเยี่ยมและแก้ปัญหาให้ประเทศไทย รอกันไปอีกหน่อยนะพี่น้อง....
|