Loading ...

Facebook Share

Share on facebook
บทกวีจากที่ราบสูง
Poetry - Poetry Of the Plateau
Written by Jirawat   
Tuesday, 12 January 2010 12:35

ความจากใจของผู้เขียน
   แรงบันดาลใจของผมสำหรับการเปิดคอลัมน์"บทกวีจากที่ราบสูง" นั้นมาจาก "ผญา" (อ่านว่า ผะ-หยา) ซึ่งเป็นภาษิตอีสานเล่าขานต่อกันนานมาแต่ครั้งโบราณ คำว่า"ผญา"ในภาษาอีสานนั้นหมายรวมถึง"ปัญญา"หรือ"ปรัชญา"ในภาษาไทยกลาง
   จากการสืบค้นพบว่ามีปราชญ์อีสานได้รวบรวม"ผญา"ไว้ในรูปแบบหนังสืออยู่บ้างประปราย บ้างก็มีแต่"อ้อยต้อยต่อนผญา"คือผญาล้วนๆ ซึ่งคนภาคอื่นหรือแม้แต่คนอีสานรุ่นหลังๆอ่านแล้วไม่เข้าใจเอาเสียเลย บ้างก็เป็นผญาพร้อมคำอธิบายในเชิงร้อยแก้วถึงความหมายของผญาบทนั้นๆ
   ผญานั้นจะเน้นความงามของจังหวะและท่วงทำนองของการออกเสียงเป็นหลัก มากกว่าการเน้นสัมผัสของคำ และเมื่อฟังท่วงทำนองเสียงจะคล้ายๆกับโคลงสี่สุภาพอยู่ในที จึงเกิดแรงบันดาลใจที่จะแปลหรือรจนาออกมาในรูปของโคลงสี่สุภาพโดยมีผญาดั้งเดิมเปรียบปรากฎอยู่ทางด้าซ้ายของหน้า
  วัตถุประสงค์ของ"บทกวีที่ราบสูง"ในเว็บไซต์"สะเปะสะปะ ดอท คอม"นี้ ก็เพื่อเป็นการรักษาและเผยแพร่บทผญาดีๆในรูปแบบของข้อมูลดิจิตอลออกสู่โลกกว้างผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เนต ดังนั้นเว็บไซต์ของเรายินดีเปิดรับและน้อมรับเสียงสะท้อนหรือบทผญาดีๆจากท่านผู้ที่บังเอิญแวะผ่านและเข้ามาอ่านงานชิ้นนี้ครับ
   อนึ่ง เว็บไซต์ของเราเป็นเว็บไซต์เล็กๆเพราะทำกันอยู่แค่สองคนพ่อ-ลูกเท่านั้น เราทำเพราะใจรัก ทำเท่าที่มีกำลังปัญญาและกำลังเงิน หากว่าวันใดวันหนึ่งทั้งปัญญาและเงินหมดลงไปก็อาจจะต้องปิดตัวเองลง..ก็ต้องรอดูกันต่อไปครับ

ณ.วันนี้ เรายังพอมีกำลัง ดังนั้นขอเชิญท่านที่สนใจเข้าไปสัมผัสกับ "บทกวีจากที่ราบสูง" โดยคลิกที่ Main Menu ทางด้านซ้ายที่หัวข้อ "บทกวีจากที่ราบสูง" ได้เลยครับ....

ด้วยจิตคารวะ..อยู่ดีมีแฮงทุกผู้ทุกคนเด้อ
จิรวัฒน์ มาลัย

บางรักน้อย

>>>>>>>>>>>>>

คำประกาศออกตัว (Disclaimer)
    ขอออกตัวไว้ ณ.ที่นี้ว่าตัวผมเองนั้นไม่ใช่กวี แต่มีอาชีพหลักทำมาหากินกับการเป็นวิศวกร(ผู้มีคุณสมบัติเป็นลูกอีสานขนานแท้โดยมีถิ่นกำเหนิดอยู่แถบลุ่มน้ำชี) แต่ด้วยความที่มีความชื่นชอบในความงามของภาษาและท่วงทำนองของผญา จึงได้เสนอหน้า(บังอาจ)เอาผญามาแปลข้ามร้อยแก้วไปเป็นโคลงสี่สุภาพ(บางบทก็ไม่ค่อยสุภาพนักและบางบทก็แปลข้ามเป็นกลอนแปด) ทั้งนี้โดยพยายามรักษาความหมายดั้งเดิมของผญาเอาไว้ให้มากที่สุดและในขณะเดียวกันก็พยายามที่จะรักษาฉันทลักษณ์ของโคลงสีสุภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉันทลักษณะของ"เอกเจ็ด-โทสี่" แต่ทั้งนี้จะไม่ใช้เอกโทษหรือโทโทษให้ฝืนความรู้สึก(ของตัวเอง) นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว ผมพยายามอย่างยิ่งที่จะใช้คำโดดที่ธรรมดาพื้นๆ ซึ่งเมื่ออ่านแล้วไม่ต้องแปลความหมายและไม่ต้องควานหาพจนานุกรมให้เสียเวลาและเสียความลื่นไหลของอารมย์ขณะที่ท่านกำลังอ่านบทกวี
....มิบังอาจเทียบชั้น......กวีกลอน
เป็นแต่งานวิศวกร..........เช่นข้าฯ
ทำงานเพื่อกินนอน.........พออิ่ม พอหลับ
เช้าตื่นมือลูบหน้า..........จึ่งรู้ชีพยัง
....วิศวกรนั่งจ้วงวิด........สวะกลอน
กลอนขัดก็ขัดกลอน........ปิดห้อง
โคลงเคลงก็เข้านอน.......ทอดหุ่ย
ขออย่าจับผิดจ้อง..........โปรดได้อ่านเพลิน

Last Updated on Thursday, 27 May 2010 08:55
 

Add comment


Security code
Refresh